Legend by Montblanc

Montblanc แบรนด์ดังจากเยอรมัน นอกจากเป็นแบรนด์ผู้ผลิตปากกาหรูแล้ว ก็ยังมีน้ำหอมภายใต้โลโก้ดาวหกแฉกด้วยเช่นกัน สำหรับ Montblanc Legend เป็นน้ำหอมผู้ชายในประเภท Aromatic Fougere จะประกอบด้วยโน็ตสำคัญเช่น Lavender,Oakmoss และ Tonka Bean แต่เป็นกลิ่นแบบโมเดิร์น กลิ่นนุ่มนวลและสะอาด เป็นกลิ่นที่ใช้ง่าย และคนทั่วๆไปก็ชอบแน่นอนครับ ช่วง Top ของตัวนี้ถือว่าโดดเด่นมากทีเดียว กลิ่นลาเวนเดอร์ มะกรูด และมีสัปปะรดซ่อนอยู่ด้วยลึกๆ ให้กลิ่นสดชื่น สะอาด และแอฟทีฟ มีความหวานฟรุตตี้หน่อยๆจากแอปเปิ้ล และผลไม้ ไล่ไปจนจบที่กลิ่นวู้ดดี้จาก sandalwood สิ่งหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือความคล้ายกันกับน้ำหอมกลิ่นดังมากๆคือ Fierce ของ Abercrombie & Fitch ซึ่งมีกลิ่นที่ใกล้เคียงกันจริง แต่ Montblanc Legend จะมีกลิ่นที่ซอฟท์ลงกว่า ไม่ได้กระจายตัวแรงเหมือนกับ Fierce ที่ Fierce สมชื่อ Montblanc Legend จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ชอบ Fierce แต่ไม่อยากได้กลิ่นที่กระจายตัวมากเกินไป และราคายังถูกกว่ามากทีเดียว สรุปรวม Legend…

L’homme by Prada

สุดยอด Office scent สำหรับผู้ชาย Prada ได้ออกน้ำหอม line ใหม่ออกมาในปี 2016 นั่นก็คือ Prada L’homme หลังจากออกมา ก็ได้รับการตอบรับดีมาก ถัดมาปี 2017 Prada ก็รีบแตก Flanker ออกมาเป็น L’homme Intense และ L’homme L’eau ตามมาในทันที (ทางฝั่งหญิง La Femme ก็เช่นกัน) Prada L’homme เด่นที่กลิ่นหอมเบาๆแนว powdery จาก Iris กับ Neroli เสริมความภูมิฐานและอบอุ่นด้วย Amber กลิ่นเปิดด้วยดอกส้ม ซึ่งเป็นโทนดอกไม้ขาว นุ่มๆ อุ่นๆ รวมตัวกับกลิ่นไอริสที่ให้ความหอมแนวแป้ง ได้กลิ่นเบา ลอย สะอาดๆ ในโทนสบู่ (ที่ว่ากันว่าเป็นเอกลักษณ์ของ Prada) และแม้จะเป็นกลิ่นแนวดอกไม้ แต่กลิ่นไม่ได้ออกสาว ช่วงกลางมีความอุ่นของ Amber…

White by Lalique

Lalique เป็นแบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศสที่ก่อตั้งขึ้นโดย René Lalique ตั้งแต่ปี 1888 ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านเครื่องแก้วและจิวเวอรี่ จนมาในช่วงหลัง Marie-Claude หลานสาวที่มารับช่วงต่อได้เริ่มแตกไลน์มาสู่วงการน้ำหอมในปี 1992 ปัจจุบันน้ำหอมจากแบรนด์ Lalique ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทยนะครับ Lalique White เป็นน้ำหอมในกลุ่ม Citrus Aromatic ที่ผมมองว่ามีความ unique เพราะเด่นในกลิ่นมะขามครับ ใช่ครับ มะขาม ซึ่งเป็นกลิ่นที่หาได้ยากในน้ำหอมทั่วๆไป ผมยังสงสัยว่าฝรั่งจะรู้จักผลไม้ชนิดนี้กันหรอ ทันทีที่สเปรย์จะเจอกับกลิ่นซีตรัสทั้งหลายผสมกลิ่นเขียวหน่อยๆจาก มะกรูด ใบมะนาว และมะขาม ซึ่งจะไม่ได้ออกมาในแนวเปรี้ยวโดด เพียงแค่แป๊บเดียวก็จะเริ่มสัมผัสได้กับความเผ็ดอ่อนๆ จากเครื่องเทศ พริกไทยขาว เมล็ดจันทน์เทศ (nutmeg) ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกสะอาด และสดชื่นนะครับ ในขณะที่มะขามนี้จะยังคงอยู่ไปอีก 2-3 ชั่วโมง จึงผสมกันทำให้ผมนึกถึงมะขามคลุก 3 รส (ฮ่าาาา) จนพอมาถึงช่วงเบสก็จะได้กลิ่นไม้สนซีดาร์ตามออกมาเป็นโทนวู้ดดี้แทน Lalique White ความคงทนอยู่ในระดับปานกลาง คือจะกระจายตัวในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรง แล้วจนลดลงมาติดผิวจนอยู่ไปประมาณ 6 ชั่วโมง…

CH Men by Carolina Herrera

Carolina Herrera ทำน้ำหอมดีดีออกมาหลายตัวครับ ที่ประสบความสำเร็จที่สุดน่าจะเป็นน้ำหอมไลน์ 212 ซึ่งแตกรุ่นย่อยออกมามากมาย สำหรับ CH Men ก็เป็นอีกตัวที่ดัง ตัวนี้เป็นน้ำหอมในกลุ่ม Oriental Spicy กลิ่นที่เด่นของตัวนี้ที่จับได้คือ หนัง น้ำตาล วนิลา กลิ่นเปิดแม้ว่า Note list จะบอกว่ามี Bergamot กับ Grapefruit แต่ส่วนตัวกลับไม่รู้สึกถึงเลยครับ โดยจะเริ่มด้วย กลิ่นเขียว บวกกับ หนัง หลังจากนั้นถึงตามมาด้วยความหวานจากน้ำตาล ที่ให้ความรู้สึกหวาน แบบกำลังดี ไม่เลี่ยน ทำให้กลิ่นหนังสมูทขึ้น ในช่วงกลางจึงให้ความรู้สึกถึง ผู้ชายเท่ๆ อบอุ่นและมีเสน่ห์ เมื่อกลิ่นเริ่มจางลงไป จนมาถึงช่วงเบส กลิ่นวนิลาจะโผล่ออกมา กลิ่นช่วงนี้คือช่วงที่ผมชอบมากที่สุดครับ วนิลาทำให้กลิ่นหอมนวลขึ้นไปอีก ซึ่งเพิ่มความโรแมนติกให้กับผู้ใส่ น่าเข้าใกล้ น่าซุกตัว และสูดหายใจฟอดใหญ่ๆในระยะประชิด CH Men หอมทนได้ดีครับ กระจายตัวได้ดีถึง 5-6 ชั่วโมง และจางลงจนติดผิวไปได้ถึง 10 ชั่วโมงบนผิวของผมครับ…