Midnight in Paris by Van Cleef & Arpels

เพียงแค่เห็นชื่อน้ำหอม Midnight in Paris ก็ชวนให้นึกถึงความโรแมนติกยามค่ำคืนของเมืองปารีสขึ้นมา ขวดสีน้ำเงินกับลวดลายดวงดาวยิ่งช่วยสื่อสารความโรแมนติกอย่างชัดเจน แน่นอนว่า MIP ขวดนี้ตั้งใจปรุงขึ้นมาเพื่อการออกเดท ให้กลิ่นหอมหวานนุ่มนวล ลึกลับ น่าค้นหา น่าเข้าใกล้ ส่วนตัวนี่คือกลิ่นที่โรแมนติกที่สุดในคอลเลคชั่นที่มีเลยครับ Midnight in Paris เปิดตัวด้วยกลิ่นสดชื่นอย่าง มะกรูด เลมอน มีความเย็นจากโรสแมรี่ แต่รองพื้นด้านหลังด้วยหนังนุ่มๆที่อยู่ยาวไปถึงช่วงกลาง ช่วง Middle กลิ่นเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวล จากกลิ่นชา และดอก Lily of the valley เริ่มต้นบรรยากาศความรัก คู่รักเดินจับมือกันในค่ำคืนฤดูหนาว ช่วงปลายเสมือนความรักสุกงอมเต็มที่ ถั่วตองก้าให้ความหวานวนิลา ร่วมกับ ธูปและกำยาน เชื้อเชิญให้ทั้งคู่เข้าหาและแสดงความรักต่อกันใต้แสงดาวอันโรแมนติก ในส่วนของความคงทน อยู่ในระดับที่ดี คือประมาณ 8 ชั่วโมง การกระจายตัวอยู่ในระยะใกล้ๆรอบตัว ด้วยความชัดเจนที่ทำมาเพื่อการออกเดท Midnight in Paris เหมาะกับการออกเดทเป็นที่สุด และเหมาะกับช่วงกลางคืน หรืออากาศเย็น ไปดินเนอร์ใต้แสงเทียน ดูหนัง นอนดูดาวท้องฟ้าจำลองก็ได้ ส่วนตัวยังเอามาใช้ฉีดหมอนนอนสร้างบรรยากาศ…

London for Men by Burberry

  London for men เป็นน้ำหอมในกลุ่ม Oriental Spicy ที่เด่นในกลิ่น ซินนาม่อน หนัง ใบยาสูบ ให้ความรู้สึกความเป็นแมน เป็นผู้ชายมาดสุขุม นิ่ง และอบอุ่น หากยังมีความหวานและเซ็กซี่เล็กๆอยู่ในตัวด้วย แม้ว่า Top notes จะมีโน้ตของมะกรูดและลาเวนเดอร์ แต่จับกลิ่นนี้ได้แค่ตอนต้นเพียงไม่กี่วินาที จะเรียกว่าไม่มีก็ได้ จากนั้นกลิ่นของใบซินนาม่อนก็จะตามมาอย่างรวดเร็ว เหมือนจะมีพริกไทยอยู่หน่อยๆ ช่วง top note จึงเด่นที่ซินนาม่อน ส่วนช่วงกลางจะเด่นที่หนัง และมีกลิ่นไวน์ร่วมอยู่ด้วย เพิ่มเสน่ห์และความเป็นผู้ใหญ่ให้กับกลิ่นได้อย่างดี ตัวไวน์ยังเข้ามาช่วยเพิ่มความหวานให้กับกลิ่นด้วย ใบยาสูบก็จะเริ่มได้กลิ่นไปด้วยเหมือนกัน จนช่วงท้าย Gaiac wood จะเข้ามาเสริมความอบอุ่นให้ โดยรวม London for men เป็นลักษณะกลิ่นที่เหมาะกับอากาศเย็นๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ Burburry ทำออกมาให้เป็นกลิ่นที่ไม่แน่น และยังมีความนุ่ม มีความหรูสมกับแบรนด์ จึงทำให้น้ำหอมตัวนี้สามารถเข้าถึงได้ง่าย และใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกัน สำหรับเมืองไทยก็ใช้สำหรับคนที่อยู่ในห้องแอร์ หรือช่วงอากาศเย็นๆหน่อย ใส่ทำงานเสื้อเชิ๊ตจนถึงสูท กลิ่นนี้สามารถช่วยเพิ่มเสน่ห์ ความเป็นผู้ใหญ่…

CH Men by Carolina Herrera

Carolina Herrera ทำน้ำหอมดีดีออกมาหลายตัวครับ ที่ประสบความสำเร็จที่สุดน่าจะเป็นน้ำหอมไลน์ 212 ซึ่งแตกรุ่นย่อยออกมามากมาย สำหรับ CH Men ก็เป็นอีกตัวที่ดัง ตัวนี้เป็นน้ำหอมในกลุ่ม Oriental Spicy กลิ่นที่เด่นของตัวนี้ที่จับได้คือ หนัง น้ำตาล วนิลา กลิ่นเปิดแม้ว่า Note list จะบอกว่ามี Bergamot กับ Grapefruit แต่ส่วนตัวกลับไม่รู้สึกถึงเลยครับ โดยจะเริ่มด้วย กลิ่นเขียว บวกกับ หนัง หลังจากนั้นถึงตามมาด้วยความหวานจากน้ำตาล ที่ให้ความรู้สึกหวาน แบบกำลังดี ไม่เลี่ยน ทำให้กลิ่นหนังสมูทขึ้น ในช่วงกลางจึงให้ความรู้สึกถึง ผู้ชายเท่ๆ อบอุ่นและมีเสน่ห์ เมื่อกลิ่นเริ่มจางลงไป จนมาถึงช่วงเบส กลิ่นวนิลาจะโผล่ออกมา กลิ่นช่วงนี้คือช่วงที่ผมชอบมากที่สุดครับ วนิลาทำให้กลิ่นหอมนวลขึ้นไปอีก ซึ่งเพิ่มความโรแมนติกให้กับผู้ใส่ น่าเข้าใกล้ น่าซุกตัว และสูดหายใจฟอดใหญ่ๆในระยะประชิด CH Men หอมทนได้ดีครับ กระจายตัวได้ดีถึง 5-6 ชั่วโมง และจางลงจนติดผิวไปได้ถึง 10 ชั่วโมงบนผิวของผมครับ…