212 Men by Carolina Herrera

212 Men น่าจะเป็นน้ำหอม Best Seller ของ Carolina Herrera เห็นได้ชัดจากการแตกไลน์ Flanker ออกมาต่อยอดความสำเร็จอยู่ตลอดเวลา 212 Men เริ่มด้วยกลิ่นเขียวของหญ้า ร่วมกับกลิ่นซีตรัสและเครื่องเทศ รวมกันเป็นความสดชื่นแบบสะอาดๆ ซึ่งหอมมาก จำได้ว่าผมประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ดมเลย บางคนอาจจะรู้สึกถึงกลิ่นเมทัลลิคได้ครับ ถ้าดมแบบใกล้ๆ โดยกลิ่นจะอยู่ในโทน Fresh แบบนี้ไปตลอด แต่ช่วงกลางและท้ายจะค่อยๆปรับนุ่มลง กลิ่น spices จะลดลง และมีกลิ่นแป้งๆ และไม้เพิ่มออกมา เป็นน้ำหอมที่ใช้งานง่ายมาก ได้หลากหลายโอกาส ทุกสภาพอากาศ เช้าเย็นได้หมด ทำงานก็ได้ถ้าไม่ได้ต้องการความสุภาพมากๆ จนใส่ไปเที่ยวก็ยังได้ ความคงทนยาวนานเกิน 10 ชั่วโมง และการกระจายตัวก็ดีเยี่ยมมากครับ เวลาใส่ผมได้กลิ่นตัวเองตลอด รับรองว่าเรียกความสนใจจากคนรอบข้างได้แน่นอน ดังนั้นอาจจะต้องระวังไม่ให้สเปรย์หนักมือเกินไปนะครับ คิดว่า 4 สเปรย์นี่ก็หนักพอควรแล้ว 212 Men เหมาะสำหรับวัยรุ่น จนถึงวัยทำงานประมาณซัก 30 เพราะกลิ่นไม่ใช่แนวสุภาพคงไม่เหมาะถ้าหน้าที่การงานทำแหน่งสูง ส่วนตัวมอง 212 Men เป็นคนรุ่นใหม่…

White by Lalique

Lalique เป็นแบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศสที่ก่อตั้งขึ้นโดย René Lalique ตั้งแต่ปี 1888 ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านเครื่องแก้วและจิวเวอรี่ จนมาในช่วงหลัง Marie-Claude หลานสาวที่มารับช่วงต่อได้เริ่มแตกไลน์มาสู่วงการน้ำหอมในปี 1992 ปัจจุบันน้ำหอมจากแบรนด์ Lalique ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทยนะครับ Lalique White เป็นน้ำหอมในกลุ่ม Citrus Aromatic ที่ผมมองว่ามีความ unique เพราะเด่นในกลิ่นมะขามครับ ใช่ครับ มะขาม ซึ่งเป็นกลิ่นที่หาได้ยากในน้ำหอมทั่วๆไป ผมยังสงสัยว่าฝรั่งจะรู้จักผลไม้ชนิดนี้กันหรอ ทันทีที่สเปรย์จะเจอกับกลิ่นซีตรัสทั้งหลายผสมกลิ่นเขียวหน่อยๆจาก มะกรูด ใบมะนาว และมะขาม ซึ่งจะไม่ได้ออกมาในแนวเปรี้ยวโดด เพียงแค่แป๊บเดียวก็จะเริ่มสัมผัสได้กับความเผ็ดอ่อนๆ จากเครื่องเทศ พริกไทยขาว เมล็ดจันทน์เทศ (nutmeg) ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกสะอาด และสดชื่นนะครับ ในขณะที่มะขามนี้จะยังคงอยู่ไปอีก 2-3 ชั่วโมง จึงผสมกันทำให้ผมนึกถึงมะขามคลุก 3 รส (ฮ่าาาา) จนพอมาถึงช่วงเบสก็จะได้กลิ่นไม้สนซีดาร์ตามออกมาเป็นโทนวู้ดดี้แทน Lalique White ความคงทนอยู่ในระดับปานกลาง คือจะกระจายตัวในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรง แล้วจนลดลงมาติดผิวจนอยู่ไปประมาณ 6 ชั่วโมง…