Eau d’Hadrien by Annick Goutal

น้ำหอมกลิ่นดังตั้งแต่ 1981 จากแบรนด์นิช Annick Goutal ที่โดดเด่นมากในเนื้อกลิ่นที่เป็นธรรมชาติ Eau d’Hadrien เป็นน้ำหอมที่ให้ความสดชื่น สะอาด สว่างไสว ด้วยกลิ่นซีตรัส เลมอน และสน Cypress ที่ Annick Goutal ได้แรงบันดาลใจมาจากสวนและทิวทัศน์ของแคว้นทัสคานีในอิตาลี การันตีความดีงามของกลิ่นนี้ด้วยรางวัล FiFi award Hall of Fame ในปี 2008 และเป็นกลิ่นที่ Leonardo DiCaprio ใช้ด้วยนะ เมื่อกดสเปรย์ Eau d’Hadrien คุณจะพบกับการระเบิดพลังซีตรัสหลากหลายชนิดออกมาในทันที ด้วยกลิ่นที่ให้ความสดชื่นแบบสูงสุด ให้ความรู้สึกสว่าง และสะอาด หลังจากนั้นกลิ่นจะเปลี่ยนไปเป็นเลมอนที่เด่นออกมา เป็นกลิ่นที่ซอฟต์ลงและซ่อนหวานนิดๆ นอกจากกลิ่นโทนซีตรัส Eau d’Hadrien ยังมีสนไซเปรส ทำให้กลิ่นมีมิติมากขึ้นจากโทน earthy ธรรมชาติของกลิ่นตระกูลส้มทั้งหลายเป็นโมเลกุลเบาที่ระเหยได้ไว มันจึงอยู่กับเราได้ไม่นาน Eau d’Hadrien ก็ไม่อาจแหกกฏธรรมชาตินี้ไปได้ ส่วนตัวกลิ่นนี้อยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ถ้าอยากได้กลิ่นทั้งวันอาจจะต้องมีขวดพกพาไว้เติมหน่อย…

Terre d’Hermes Pure Perfume by Hermes

  Terre d’Hermes น้ำหอมผู้ชายชื่อดังจาก Hermes โดยผ่านการสร้างสรรค์สุดยอดสุคนธกรแห่งยุคอย่าง Jean-Claude Ellena ถ้าเห็นชื่อนี้คือมั่นใจว่าของดีแน่นอน Terre d’Hermes มีออกมา 3 รุ่นครับ ตัวออริจินอลเป็น EDT ตามมาด้วย Parfum และ Eau Tres Fraiche สำหรับตัวนี้เป็นรุ่น Parfum หรือ Pure Perfume ซึ่งความเข้มข้นสูงกว่า Eau de Parfum อีกทีนะครับ “Feeling the earth, lying on the ground, gazing at the sky.” Jean-Claude Ellena. เริ่มต้นด้วยความสดชื่นจากส้มและเกรปฟรุตแบบเต็มๆ ถือว่าเป็นส้มที่กลิ่นแน่นพอสมควร แต่เป็นส้มที่ไม่คมบาด มีความนุ่มอยู่ในตัว มาผสมกับกลิ่นหอมเขียวๆ และด้วยความเข้มข้นระดับ Parfum ทำให้กลิ่นส้มนี้จะอยู่ไปยาวมาก ต่างจากน้ำหอมอื่นๆซึ่งซีตรัสมักจะอยู่ได้ไม่นาน ใครที่เป็นสายซีตรัสต้องชอบแน่ๆ…

Colonia by Acqua di Parma

Acqua di Parma เป็นแบรนด์ Niche เก่าแก่จากอิตาลี ที่มีสตอรี่เบื่องหลังอย่างยาวนาน ถึงในตอนนี้อายุก็เกิน 100 ปีไปแล้ว การันตีได้ถึงความไม่ธรรมดาของน้ำหอมในแบรนด์เลยทีเดียว น้ำหอมตัวแรกเกิดขึ้นในปี 1916 ซึ่งก็คือ Colonia ตัวนี้นี่เอง ซึ่งในยุคสมัยนั้นจะใช้กับผ้าเช็ดหน้าของสุภาพบุรุษ Acqua di Parma สร้างชื่อเสียงจนครองใจเหล่าดาราดังระดับตำนานอย่าง Cary Grant, Audrey Hepburn ไล่มาจนถึง Kevin Costner, Woody Allen และ Sharon Stone บนเว็บไซต์ของแบรนด์เองบอกไว้ว่า Colonia ยังคงสูตรเดิมไว้มาเป็นร้อยปี ไม่เคยปรับสูตรเลยครับ ก่อนจะได้มาผมจึงคาดเอาไว้ว่ากลิ่นตั้งแต่ 100 ปีก่อนคงจะออกโบราณๆใช้ยากแน่ๆ พอได้ลองจริงๆมันไม่ได้โบราณเลย แน่นอนว่ามีกลิ่นอายของคลาสสิคของสมัยก่อนอยู่ แต่กลิ่นยังสามารถใช้ได้ในยุคปัจจุบันด้วย นับได้ว่าเป็นหอมอมตะเลยครับ โดยทันทีที่สเปรย์จะสัมผัสได้ถึงความสดชื่นจากเหล่าซีตรัสทั้งหลาย กลิ่นมะกรูดจะเด่นออกมาชัดเจน เป็นกลิ่นคลาสสิคมาก กลิ่นนี้นี่แหละที่แสดงความเป็นโคโลนจ์อิตาเลี่ยนอย่างแท้จริง ผสมกับดอกไม้เย็นๆอย่างลาเวนเดอร์กับโรสแมรี่ที่ตามออกมาด้วย มันทั้งสดชื่นและหอมสะอาดๆด้วย กลิ่นในตอนนี้จะทำให้นึกถึงร้านตัดผมหรูๆในอิตาลีออกแนวย้อนยุคซักนิด หลังจากกลิ่นส้มๆจางไปจะเหลือเป็นดอกไม้ต่างๆ มีกุกลาบเข้ามาเพิ่ม ช่วงนี้จะนุ่ม นวลๆ…