Eau d’Hadrien by Annick Goutal

น้ำหอมกลิ่นดังตั้งแต่ 1981 จากแบรนด์นิช Annick Goutal ที่โดดเด่นมากในเนื้อกลิ่นที่เป็นธรรมชาติ Eau d’Hadrien เป็นน้ำหอมที่ให้ความสดชื่น สะอาด สว่างไสว ด้วยกลิ่นซีตรัส เลมอน และสน Cypress ที่ Annick Goutal ได้แรงบันดาลใจมาจากสวนและทิวทัศน์ของแคว้นทัสคานีในอิตาลี การันตีความดีงามของกลิ่นนี้ด้วยรางวัล FiFi award Hall of Fame ในปี 2008 และเป็นกลิ่นที่ Leonardo DiCaprio ใช้ด้วยนะ เมื่อกดสเปรย์ Eau d’Hadrien คุณจะพบกับการระเบิดพลังซีตรัสหลากหลายชนิดออกมาในทันที ด้วยกลิ่นที่ให้ความสดชื่นแบบสูงสุด ให้ความรู้สึกสว่าง และสะอาด หลังจากนั้นกลิ่นจะเปลี่ยนไปเป็นเลมอนที่เด่นออกมา เป็นกลิ่นที่ซอฟต์ลงและซ่อนหวานนิดๆ นอกจากกลิ่นโทนซีตรัส Eau d’Hadrien ยังมีสนไซเปรส ทำให้กลิ่นมีมิติมากขึ้นจากโทน earthy ธรรมชาติของกลิ่นตระกูลส้มทั้งหลายเป็นโมเลกุลเบาที่ระเหยได้ไว มันจึงอยู่กับเราได้ไม่นาน Eau d’Hadrien ก็ไม่อาจแหกกฏธรรมชาตินี้ไปได้ ส่วนตัวกลิ่นนี้อยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ถ้าอยากได้กลิ่นทั้งวันอาจจะต้องมีขวดพกพาไว้เติมหน่อย…

CK One Summer 2012 by Calvin Klien

  สุดยอดน้ำหอมขายดีของโลกต้องมี CK One ติดอันดับบนๆแน่นอน โดยตั้งแต่ปี 2004 จะมีการออก Flanker CK One Summer เป็น limited edition ทุกปีจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่ง CK One Summer จะเพิ่มความสดชื่นเข้าไปให้เหมาะกับฤดูร้อน แต่ยังคงความเข้าถึงง่าย หอมสบายๆ ตามแบบฉบับ CK One และเป็นน้ำหอม Unisex ทุกตัวเช่นกัน กลิ่นเปิดตัวด้วยมะกรูด มะนาวและแตงกวา ให้ความสดชื่นสุดๆ ซึ่งหอมมาก จนผ่านไปซัก 20 นาที โทนซีตรัสจะจายหายไป กลิ่นน้ำๆก็จะออกมาพร้อมกับความฟรุตตี้จากแอปเปิ้ลเขียวไปอีกยาว จนช่วงท้ายจึงจะออกไปทางโทนไม้บางๆครับ CK One Summer 2012 เหมาะกับอากาศบ้านเราอยู่แล้ว ใช้ได้ทุกวัน ยิ่งแดดแรงๆยิ่งเปล่งประกายออกมา การกระจายตัวก็ดีในช่วง 2 ชั่วโมงแรกแล้วจะลดลงมาอยู่รอบตัว จนอยู่ติดผิวไปได้ถึง 8 ชั่วโมง และด้วยโทนฟรุตตี้ทำให้เป็นน้ำหอม Unisex ที่เอนไปทางผู้หญิงมากกว่าซักเล็กน้อยเนื่องด้วยความฟรุตตี้…

White by Lalique

Lalique เป็นแบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศสที่ก่อตั้งขึ้นโดย René Lalique ตั้งแต่ปี 1888 ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านเครื่องแก้วและจิวเวอรี่ จนมาในช่วงหลัง Marie-Claude หลานสาวที่มารับช่วงต่อได้เริ่มแตกไลน์มาสู่วงการน้ำหอมในปี 1992 ปัจจุบันน้ำหอมจากแบรนด์ Lalique ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทยนะครับ Lalique White เป็นน้ำหอมในกลุ่ม Citrus Aromatic ที่ผมมองว่ามีความ unique เพราะเด่นในกลิ่นมะขามครับ ใช่ครับ มะขาม ซึ่งเป็นกลิ่นที่หาได้ยากในน้ำหอมทั่วๆไป ผมยังสงสัยว่าฝรั่งจะรู้จักผลไม้ชนิดนี้กันหรอ ทันทีที่สเปรย์จะเจอกับกลิ่นซีตรัสทั้งหลายผสมกลิ่นเขียวหน่อยๆจาก มะกรูด ใบมะนาว และมะขาม ซึ่งจะไม่ได้ออกมาในแนวเปรี้ยวโดด เพียงแค่แป๊บเดียวก็จะเริ่มสัมผัสได้กับความเผ็ดอ่อนๆ จากเครื่องเทศ พริกไทยขาว เมล็ดจันทน์เทศ (nutmeg) ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกสะอาด และสดชื่นนะครับ ในขณะที่มะขามนี้จะยังคงอยู่ไปอีก 2-3 ชั่วโมง จึงผสมกันทำให้ผมนึกถึงมะขามคลุก 3 รส (ฮ่าาาา) จนพอมาถึงช่วงเบสก็จะได้กลิ่นไม้สนซีดาร์ตามออกมาเป็นโทนวู้ดดี้แทน Lalique White ความคงทนอยู่ในระดับปานกลาง คือจะกระจายตัวในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรง แล้วจนลดลงมาติดผิวจนอยู่ไปประมาณ 6 ชั่วโมง…