FAQ คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย Q: น้ำหอมแบ่งขายคืออะไร A: คือน้ำหอมจากขวดปกติที่มีจำหน่ายทั่วไปตามห้างหรือดิวตี้ฟรี นำมาแบ่งออกใส่ขวดสเปรย์ขนาดเล็กเพื่อจำหน่าย Q: น้ำหอมแบ่งขายเหมาะกับใครบ้าง A: 1) ผู้ที่ต้องการทดลองกลิ่นก่อนไปซื้อขนาดเต็ม เนื่องจากน้ำหอมเป็นสินค้าที่มีราคาแพง จึงควรศึกษาให้มั่นใจในกลิ่นก่อนลงทุนกับขวดใหญ่ 2) ผู้ที่ต้องการน้ำหอมขนาดพกพา สำหรับการเดินทาง หรือสำหรับการฉีดเพิ่มในระหว่างวัน 3) ผู้ที่ต้องการทดลองน้ำหอมที่หายาก ไม่มีจำหน่ายทั่วไปในประเทศไทย เช่นน้ำหอมนิชต่างๆ ที่มีจำหน่ายในร้าน 4) ผู้ที่งบน้อย ยังไม่พร้อมที่จะซื้อขนาดเต็ม Q: น้ำหอมที่จำหน่ายมาจากไหน เป็นน้ำหอมแท้หรือไม่ A: น้ำหอมที่แบ่งขายที่ร้าน 3rd scent เป็นของสะสมส่วนตัวของพ่อค้า ซึ่งมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนใช้เองยังไงก็ไม่หมด โดยส่วนใหญ่จะซื้อมาจากห้าง Duty free และเป็นของแท้ทั้งหมดครับ Q: แบ่งน้ำหอมใส่ขวดเล็กอย่างไร A: ใช้วิธีกดจากหัวเปรย์ของขวดปกติ ลงในขวดเล็ก Q: น้ำหอมมีขายในขนาดไหนบ้าง A: มีจำหน่ายเพียงขนาดเดียวคือ 5ml โดยจะบรรจุลงในขวดแก้วขนาด 5ml หัวสเปรย์จนเต็มขวด และเหลือพื้นที่ฟองอากาศเล็กน้อย Q: มีน้ำหอมอะไรขายบ้าง A:…

Un Jardin Sur Le Toit by Hermes

1 ใน 5 จากน้ำหอมไลน์ Jardin ของ Hermes คำว่า Jardin นั้นแปลว่าสวน น้ำหอมในไลน์นี้ทั้งหมดจึงได้รับแรงบัลดาลใจจากสวนในรูปแบบต่างๆ สำหรับ Un Jardin Sur Le Toit มีความหมายว่า A Garden on the roof หรือ สวนบนดาดฟ้า ซึ่งที่มาของสวนนี้ ไม่ใช้สวนไก่กาที่ไหนแต่คือสวนที่อยู่บนดาดฟ้าของสำนักงานใหญ่ Hermes ในปารีสนั่นเอง กลิ่นนี้เป็นอีกผลงานของสุคนธกรชื่อดังแห่งยุค Jean-Claude Ellena โดยโทนกลิ่นจะออกไปทางเขียวใส เบา และฟรุตตี้ ให้ความรู้สึกสดชื่น สดใส อารมณ์ดี๊ดี Top note เปิดด้วยกลิ่นฟรุตตี้จากแอปเปิ้ลและลูกแพร์อย่างชัดเจน จนบางคนอาจจะคิดว่ามันแหลมไปนิดนึง แต่เพียงไม่นาน พอพ้นช่วงต้นไปแล้วความเป็นฟรุตตี้จะบางลง กลิ่นเขียวสดชื่นจากหญ้าก็จะชัดขึ้น ยังมีกุหลาบก็ตามมาด้วย กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวและหอมมาก ด้วยกลิ่นโทนฟรุตตี้ในช่วงต้นของ Un Jardin Sur Le Toit ทำให้ไปทางผู้หญิงมากกว่าเล็กน้อย แต่หลังจากผ่านไปซักพัก แอปเปิ้ลกับแพร์จะจางลง…

Allure Homme Edition Blanche by Chanel

Chanel ทำน้ำหอมคุณภาพดีออกมามากมาย เต็มไปด้วยน้ำหอมดังๆและขายดิบขายดีทั้งนั้น อย่างของผู้ชายก็เช่น Bleu de Chanel และ Allure Homme Sport สำหรับตัวนี้ Allure Homme edition Blanche อาจจะดูไม่ฮิตในบ้านเราเท่ารุ่น sport แต่รับรองว่ากลิ่นดีงามไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ด้วยเนื้อกลิ่นที่ฉีกออกมาแบบ ซีตรัสผสมกับวนิลา ได้กลิ่นมีทั้งความ ทั้งเปรี้ยวและหวาน ทั้งสดชื่นและอบอุ่น จริงๆตัวนี้ออกไปทาง unisex นิดๆที่ผู้หญิงก็พอใช้ได้เหมือนกัน ที่สำคัญเป็นกลิ่นที่ unique น่าสนใจ คนใช้ไม่มาก ต่างจากรุ่น Sport ที่คนใช้เยอะ และมีเนื้อกลิ่นที่พบได้เยอะในน้ำหอมอื่นๆ Edition blanche เลยเป็นรุ่นที่เราชอบมากที่สุดในไลน์ Allure Homme Allure Homme edition Blanche ให้กลิ่น เลมอนเปรี้ยวอมหวานชัดเจน ผสมกับวนิลาหวานนุ่มนวลและครีมมี่ๆ ออกมาคล้ายกับขนมเลมอนพาย หรือ เลมอนทาร์ตเลยครับ กลิ่นยังออกไปทางสะอาดๆ และมีความหรูมีระดับในตัว ส่วนตัวพบว่ากลิ่นค่อนข้างจะ linear คือไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงของกลิ่นเท่าไหร่…

Aqva Amara by Bvlgari

Bvlgari Aqva Amara กับขวดทรงหยดน้ำสีน้ำตาล ที่ต่อยอดออกมาจากรุ่นดัง Aqva Pour Homme และ Aqva marine ซึ่งทั้งหมดในไลน์นี้เป็นการสื่อถึงพลังและความงามของท้องทะเล สีน้ำตาลของ Aqva Amara จึงชวนให้นึกถึงทะเลยามพระอาทิตย์ตกดิน โดดเด่นด้วยกลิ่นส้ม และน้ำเป็นหลัก เป็นน้ำหอมแมนๆที่ unique และดังมากในวงการน้ำหอม กลิ่นเปิดเป็นกลิ่นส้มแมนดาริน ที่ออกจะฉุนๆซักหน่อยในตอนแรก ซึ่งถ้าดมใกล้เกินไป อาจจะเหมือนได้กลิ่นพลาสติกๆนิดๆ จะพาลให้รู้สึกไม่ชอบเอาได้ง่ายๆ กลิ่นส้มก็ชัดเจนว่าเป็นกลิ่นแนวสังเคราะห์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเป็นกลิ่นที่แย่นะครับ พอลองดมกลิ่นที่กระจายออกมาในอากาศจะพบว่า นี่เป็นกลิ่นส้มแบบแมนๆ หนักๆ ผสมกับกลิ่นน้ำทะเล รวมกับดอกส้ม neroli สร้างความแตกต่างจากน้ำหอมซีตรัสทั่วๆไปที่มักจะออกไปทางใสๆซะมากกว่า ในช่วงหลังยังมีกลิ่นธูปขาวจางๆจาก Olibanum หรือ Frankincense กับพิมเสน เพิ่มมิติให้กับกลิ่น Aqva Amara มีการกระจายตัวที่ดี และอยู่ติดทนได้ดีทีเดียว การใช้งานก็ค่อนข้างหลากหลาย เหมาะกับผู้ชายในทุกวัย ตั้งแต่วัยมหาลัยยันผู้ใหญ่เต็มตัว ส่วนตัวจึงคิดว่าเหมาะกับวันที่ออกไปทำกิจกรรม outdoor มากกว่า เนื่องจากการกระจายตัวที่ดี ใช้ในวันสบายๆ แต่งตัวแคชวลหน่อย ออกไปเที่ยวทะเลวันหยุด…

Eau d’Hadrien by Annick Goutal

น้ำหอมกลิ่นดังตั้งแต่ 1981 จากแบรนด์นิช Annick Goutal ที่โดดเด่นมากในเนื้อกลิ่นที่เป็นธรรมชาติ Eau d’Hadrien เป็นน้ำหอมที่ให้ความสดชื่น สะอาด สว่างไสว ด้วยกลิ่นซีตรัส เลมอน และสน Cypress ที่ Annick Goutal ได้แรงบันดาลใจมาจากสวนและทิวทัศน์ของแคว้นทัสคานีในอิตาลี การันตีความดีงามของกลิ่นนี้ด้วยรางวัล FiFi award Hall of Fame ในปี 2008 และเป็นกลิ่นที่ Leonardo DiCaprio ใช้ด้วยนะ เมื่อกดสเปรย์ Eau d’Hadrien คุณจะพบกับการระเบิดพลังซีตรัสหลากหลายชนิดออกมาในทันที ด้วยกลิ่นที่ให้ความสดชื่นแบบสูงสุด ให้ความรู้สึกสว่าง และสะอาด หลังจากนั้นกลิ่นจะเปลี่ยนไปเป็นเลมอนที่เด่นออกมา เป็นกลิ่นที่ซอฟต์ลงและซ่อนหวานนิดๆ นอกจากกลิ่นโทนซีตรัส Eau d’Hadrien ยังมีสนไซเปรส ทำให้กลิ่นมีมิติมากขึ้นจากโทน earthy ธรรมชาติของกลิ่นตระกูลส้มทั้งหลายเป็นโมเลกุลเบาที่ระเหยได้ไว มันจึงอยู่กับเราได้ไม่นาน Eau d’Hadrien ก็ไม่อาจแหกกฏธรรมชาตินี้ไปได้ ส่วนตัวกลิ่นนี้อยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ถ้าอยากได้กลิ่นทั้งวันอาจจะต้องมีขวดพกพาไว้เติมหน่อย…

Midnight in Paris by Van Cleef & Arpels

เพียงแค่เห็นชื่อน้ำหอม Midnight in Paris ก็ชวนให้นึกถึงความโรแมนติกยามค่ำคืนของเมืองปารีสขึ้นมา ขวดสีน้ำเงินกับลวดลายดวงดาวยิ่งช่วยสื่อสารความโรแมนติกอย่างชัดเจน แน่นอนว่า MIP ขวดนี้ตั้งใจปรุงขึ้นมาเพื่อการออกเดท ให้กลิ่นหอมหวานนุ่มนวล ลึกลับ น่าค้นหา น่าเข้าใกล้ ส่วนตัวนี่คือกลิ่นที่โรแมนติกที่สุดในคอลเลคชั่นที่มีเลยครับ Midnight in Paris เปิดตัวด้วยกลิ่นสดชื่นอย่าง มะกรูด เลมอน มีความเย็นจากโรสแมรี่ แต่รองพื้นด้านหลังด้วยหนังนุ่มๆที่อยู่ยาวไปถึงช่วงกลาง ช่วง Middle กลิ่นเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวล จากกลิ่นชา และดอก Lily of the valley เริ่มต้นบรรยากาศความรัก คู่รักเดินจับมือกันในค่ำคืนฤดูหนาว ช่วงปลายเสมือนความรักสุกงอมเต็มที่ ถั่วตองก้าให้ความหวานวนิลา ร่วมกับ ธูปและกำยาน เชื้อเชิญให้ทั้งคู่เข้าหาและแสดงความรักต่อกันใต้แสงดาวอันโรแมนติก ในส่วนของความคงทน อยู่ในระดับที่ดี คือประมาณ 8 ชั่วโมง การกระจายตัวอยู่ในระยะใกล้ๆรอบตัว ด้วยความชัดเจนที่ทำมาเพื่อการออกเดท Midnight in Paris เหมาะกับการออกเดทเป็นที่สุด และเหมาะกับช่วงกลางคืน หรืออากาศเย็น ไปดินเนอร์ใต้แสงเทียน ดูหนัง นอนดูดาวท้องฟ้าจำลองก็ได้ ส่วนตัวยังเอามาใช้ฉีดหมอนนอนสร้างบรรยากาศ…

L’homme by Prada

สุดยอด Office scent สำหรับผู้ชาย Prada ได้ออกน้ำหอม line ใหม่ออกมาในปี 2016 นั่นก็คือ Prada L’homme หลังจากออกมา ก็ได้รับการตอบรับดีมาก ดีแค่ไหน ก็ถัดมาปี 2017 Prada ก็รีบแตก Flanker ออกมาเป็น L’homme Intense และ L’homme L’eau ตามมาในทันที (ฝั่งหญิง La Femme ก็เช่นกัน) Prada L’homme เด่นที่กลิ่นหอมเบาๆแนว powdery จาก Iris กับ Neroli เสริมความภูมิฐานและอบอุ่นด้วย Amber กลิ่นเปิดด้วยดอกส้ม ซึ่งเป็นโทนดอกไม้ขาว นุ่มๆ อุ่นๆ รวมตัวกับกลิ่นไอริสที่ให้ความหอมแนวแป้ง ได้กลิ่นเบา ลอย สะอาดๆ ในโทนสบู่ (ที่ว่ากันว่าเป็นเอกลักษณ์ของ Prada) และแม้จะเป็นกลิ่นแนวดอกไม้ แต่กลิ่นไม่ได้ออกสาว ช่วงกลางมีความอุ่นของ…

Bay Leaf ใบกระวาน by Butterfly Thai Perfume

ภูมิใจนำเสนอแบรนด์ไทยคุณภาพ “Butterfly Thai Perfume” ที่ดึงเอาเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยมาใช้ในน้ำหอมได้อย่างโดดเด่น ทั้งกลิ่นไม้หอมอย่างไม้กฤษณา เครื่องสมุนไพรในอาหารไทยอย่างข่า ใบมะกรูด หรือแม้แต่ขนมไทยอย่างข้าวเหนียวมะม่วง ก็สามารถทำเป็นน้ำหอมได้ และทำได้ดีมากด้วยนะครับ ความพิเศษอีกอย่างคือสามารถนำกลิ่นฉีดมาผสมกลิ่นกันได้ (เลเยอร์) โดยน้ำหอมของ Butterfly จะมีความเข้มข้นสูง และใช้เบสหลักเป็นน้ำมันมะพร้าว มีแอลกอฮอล์ผสมในปริมาณน้อย จึงติดทนดีงามมากๆด้วย เป็นของดีที่อยากให้ได้ลองเปิดใจรับกัน มาดูเรื่องกลิ่นของตัวนี้กัน Bay Leaf หรือ ใบกระวาน เริ่มต้นเปิดด้วยกลิ่นสดชื่น เป็นมะนาว ใบมะกรูด และมะกรูด ในแบบที่นุ่มกำลังดี ไม่คมบาดจมูก พอผ่านช่วงเปิดไป กลิ่นจะเริ่มเปลี่ยนโทนเป็นเด่นที่กลิ่นหลักคือใบกระวาน จะมีความหวานอ่อนๆ และมีกลิ่นเครื่องเทศซ่าๆมากลบอยู่ด้านบน คือมันหอมแบบที่ทั้งสดชื่น ทั้งสะอาด และมีความเย้ายวนด้วย เป็นกลิ่นออกสปอร์ตที่มีความนุ่มในตัว ช่วงท้ายสุดความซ่าจะหายไปเหลือกลิ่นโทนเขียว หวานอ่อนๆ สะอาดแบบโปร่งๆ อย่างที่บอกว่าแบรนด์นี้เบสเป็นน้ำมันมะพร้าว เห็นได้ชัดจากการสเปรย์ลงผิวว่าจะมีความเงาจากน้ำมัน ทำให้ความคงทนดีมากอยู่ตั้งแต่เช้ายันแสงหมด แต่ข้อเสียของเบสน้ำมันคือ ต้องใช้บนผิวเท่านั้น ไม่ควรใช้บนเสื้อผ้าเพราะอาจจะเป็นรอยด่างจากน้ำมันได้นะครับ การกระจายตัวก็ดี แต่ระวังซักนิด เนื่องจากความเข้มข้นจึงไม่ควรสเปรย์เยอะเกินไป จะฉุนเกินได้ สรุปรวม Bay Leaf…

CK One Gold by Calvin Klien

Limited Edition อีกขวดจาก CK One ที่เพิ่งจะออกสู่ตลาดในปี 2016 ยอมรับเลยว่าเห็นแค่ขวดก็อยากจะซื้อแล้ว CK One Gold ยังคงความหอม แบบเบาๆสบายๆ แบบออริจินอล แต่เด่นด้วยการเพิ่มกลิ่นจากผลฟิกเข้ามา เป็นกลิ่นหอมสดชื่น และสะอาด ผสมหวานแนวฟรุตตี้ ซึ่งออกไปทางผู้หญิงมากกว่าเล็กน้อย CK One Gold เปิดด้วยความสดชื่นจากมะกรูดที่เด่นออกมาในทันที จากนั้นจึงตามมาติดๆด้วยกลิ่นจากผลฟิก ซึ่งถือได้ว่าเป็นกลิ่นเด่นของขวดนี้เลย ทำให้ช่วงต้นนี้มีซิตรัสผสมหวานครีมมี่นิดๆจาก fig ออกมาเป็นแนวฟรุตตี้ สดชื่น หอมนวลๆ ติดหวานเล็กๆ และฟิกนี้ก็จะอยู่ยาวไปจนช่วงกลาง แต่หลังจากผ่านช่วง Top ไปนี่กลิ่นจะลดระดับการกระจายตัวแล้ว ช่วงกลางจะมีดอกไม้ขาวมาผสมกับฟิกหอมนุ่มๆ เบาๆ ก่อนที่จะแปลงเป็นกลิ่นไม้สะอาดๆในตอนท้ายสุด ในส่วนของกลิ่นทำออกมาดี แต่ในแง่การกระจายตัว และความทนของกลิ่นยังไม่ดีเท่าไหร่ ทดลองกับตัวเองพบว่ากลิ่นกระจายอยู่ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วจะกลายเป็นกลิ่นติดผิวไป จึงเหมาะกับสถานการณ์ที่ไม่อยากให้มีกลิ่นติดตัวนาน หรือต้องการเปลี่ยนเป็นอีกกลิ่นในครึ่งวันหลัง หากต้องการให้อยู่ทนคงจะต้องฉีดลงบนเสื้อเพื่อให้อยู่นานขึ้น หรือหาขวดพกพาขนาดเล็กแบบในร้านเรานะครับ ^^ Gender : Unisex Concentration :…

London for Men by Burberry

  London for men เป็นน้ำหอมในกลุ่ม Oriental Spicy ที่เด่นในกลิ่น ซินนาม่อน หนัง ใบยาสูบ ให้ความรู้สึกความเป็นแมน เป็นผู้ชายมาดสุขุม นิ่ง และอบอุ่น หากยังมีความหวานและเซ็กซี่เล็กๆอยู่ในตัวด้วย แม้ว่า Top notes จะมีโน้ตของมะกรูดและลาเวนเดอร์ แต่จับกลิ่นนี้ได้แค่ตอนต้นเพียงไม่กี่วินาที จะเรียกว่าไม่มีก็ได้ จากนั้นกลิ่นของใบซินนาม่อนก็จะตามมาอย่างรวดเร็ว เหมือนจะมีพริกไทยอยู่หน่อยๆ ช่วง top note จึงเด่นที่ซินนาม่อน ส่วนช่วงกลางจะเด่นที่หนัง และมีกลิ่นไวน์ร่วมอยู่ด้วย เพิ่มเสน่ห์และความเป็นผู้ใหญ่ให้กับกลิ่นได้อย่างดี ตัวไวน์ยังเข้ามาช่วยเพิ่มความหวานให้กับกลิ่นด้วย ใบยาสูบก็จะเริ่มได้กลิ่นไปด้วยเหมือนกัน จนช่วงท้าย Gaiac wood จะเข้ามาเสริมความอบอุ่นให้ โดยรวม London for men เป็นลักษณะกลิ่นที่เหมาะกับอากาศเย็นๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ Burburry ทำออกมาให้เป็นกลิ่นที่ไม่แน่น และยังมีความนุ่ม มีความหรูสมกับแบรนด์ จึงทำให้น้ำหอมตัวนี้สามารถเข้าถึงได้ง่าย และใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกัน สำหรับเมืองไทยก็ใช้สำหรับคนที่อยู่ในห้องแอร์ หรือช่วงอากาศเย็นๆหน่อย ใส่ทำงานเสื้อเชิ๊ตจนถึงสูท กลิ่นนี้สามารถช่วยเพิ่มเสน่ห์ ความเป็นผู้ใหญ่…

Terre d’Hermes Pure Perfume by Hermes

  Terre d’Hermes น้ำหอมผู้ชายชื่อดังจาก Hermes โดยผ่านการสร้างสรรค์สุดยอดสุคนธกรแห่งยุคอย่าง Jean-Claude Ellena ถ้าเห็นชื่อนี้คือมั่นใจว่าของดีแน่นอน Terre d’Hermes มีออกมา 3 รุ่นครับ ตัวออริจินอลเป็น EDT ตามมาด้วย Parfum และ Eau Tres Fraiche สำหรับตัวนี้เป็นรุ่น Parfum หรือ Pure Perfume ซึ่งความเข้มข้นสูงกว่า Eau de Parfum อีกทีนะครับ “Feeling the earth, lying on the ground, gazing at the sky.” Jean-Claude Ellena. เริ่มต้นด้วยความสดชื่นจากส้มและเกรปฟรุตแบบเต็มๆ ถือว่าเป็นส้มที่กลิ่นแน่นพอสมควร แต่เป็นส้มที่ไม่คมบาด มีความนุ่มอยู่ในตัว มาผสมกับกลิ่นหอมเขียวๆ และด้วยความเข้มข้นระดับ Parfum ทำให้กลิ่นส้มนี้จะอยู่ไปยาวมาก ต่างจากน้ำหอมอื่นๆซึ่งซีตรัสมักจะอยู่ได้ไม่นาน ใครที่เป็นสายซีตรัสต้องชอบแน่ๆ…

CK One Summer 2013 by Calvin Klien

  CK One Summer 2013 เด่นมากในกลิ่นน้ำ เป็นน้ำที่เย็นและใส รวมเข้ากับกลิ่นส้มช่วยให้ความสดชื่นคลายร้อน คนที่ชอบน้ำหอมแนว Aquatic จะต้องชอบแน่ๆ เข้าถึงง่าย เหมาะกับซัมเมอร์สุดๆ เป็น CK One Summer อีกปีที่ใช้ไปเยอะมากเช่นกัน โดยจะเริ่มต้นด้วยความเย็นสดชื่นไปกับกลิ่นส้ม และน้ำ ที่ให้รู้สึกเย็นจริงๆ กลิ่นน้ำนี้ในเว็บ Basenotes ใช้คำว่า Waterfall accord ซึ่งก็จริงอยู่นะครับ เพราะนึกถึงน้ำจากน้ำตกก็จะเย็นๆแบบนี้แหละ หลังจากส้มลดลงไป ก็จะเติมความสดชื่นต่อเนื่องเข้าไปอีกด้วย แตงกวา แตงโม แต่น้ำนี่ยังเด่นอยู่ตลอดจนตอนท้าย เริ่มมีโทนแป้งๆ หอมอ่อนเข้ามาเหมือนตัว CK One ตัวออรินอล แน่นอน Summer แบบนี้ใส่ได้ตลอดในบ้านเรา กลิ่นเข้าถึงได้ง่าย ถือว่า safe สุดๆ การกระจายตัวก็ดีในช่วง 2 ชั่วโมงแรกแล้วจะลดลงมาอยู่รอบตัว จนอยู่ติดผิวไปได้ถึง 8 ชั่วโมง ใช้ได้ทุกเพศทุกวัยครับ Gender : Unisex…

CK One Summer 2012 by Calvin Klien

  สุดยอดน้ำหอมขายดีของโลกต้องมี CK One ติดอันดับบนๆแน่นอน โดยตั้งแต่ปี 2004 จะมีการออก Flanker CK One Summer เป็น limited edition ทุกปีจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่ง CK One Summer จะเพิ่มความสดชื่นเข้าไปให้เหมาะกับฤดูร้อน แต่ยังคงความเข้าถึงง่าย หอมสบายๆ ตามแบบฉบับ CK One และเป็นน้ำหอม Unisex ทุกตัวเช่นกัน กลิ่นเปิดตัวด้วยมะกรูด มะนาวและแตงกวา ให้ความสดชื่นสุดๆ ซึ่งหอมมาก จนผ่านไปซัก 20 นาที โทนซีตรัสจะจายหายไป กลิ่นน้ำๆก็จะออกมาพร้อมกับความฟรุตตี้จากแอปเปิ้ลเขียวไปอีกยาว จนช่วงท้ายจึงจะออกไปทางโทนไม้บางๆครับ CK One Summer 2012 เหมาะกับอากาศบ้านเราอยู่แล้ว ใช้ได้ทุกวัน ยิ่งแดดแรงๆยิ่งเปล่งประกายออกมา การกระจายตัวก็ดีในช่วง 2 ชั่วโมงแรกแล้วจะลดลงมาอยู่รอบตัว จนอยู่ติดผิวไปได้ถึง 8 ชั่วโมง และด้วยโทนฟรุตตี้ทำให้เป็นน้ำหอม Unisex ที่เอนไปทางผู้หญิงมากกว่าซักเล็กน้อยเนื่องด้วยความฟรุตตี้…