Aqua Universalis by Maison Francis Kurkdjian

Francis Kirkdjian คือชื่อของสุดยอดสุคนธกรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนนึงของยุคนี้ ซึ่งน้ำหอมยอดฮิตก็มาจากการสร้างสรรค์ของเขา เช่น Le Male จาก Jean Paul Gaultier , My Burberry, Mr. Burberry หรือจะ Narciso Rodriguez for her/for him และแบรนด์ Maison Francis Kirkdjian ก็คือแบรนด์น้ำหอมนิชของตัวเขาเอง

Oud & Bergamot by Jo Malone

Oud & Bergamot เป็นหนึงในน้ำหอมคอลเลคชั่น Cologne Intense ขวดสีดำ ที่จะมีความเข้มข้นสูงกว่าน้ำหอมในไลน์ปกติ โดยทางแบรนด์ Jo Malone ได้นิยามน้ำหอมคอลเลคชั่นนี้ไว้ว่า “อุดมด้วยส่วนผสม ที่ทรงคุณค่า แรงบันดาลใจจากกรรมวิธี ที่ล้ำลึกถึงจิตวิญญาณ”

Orange Bitters by Jo Malone

Orange Bitters เป็นน้ำหอมที่ทางแบรนด์ได้ผลิตออกมาวางขายเป็นกลิ่น Limited เฉพาะช่วงปลายปีตั้งแต่ปี 2016 แต่ดูเหมือนจะได้รับความนิยมสูงทีเดียว เพราะกลิ่นนี้ได้ถูกนำมาวางขายในช่วงคริสมาสต์มาแล้ว 3 ปีติดต่อกันเลยทีเดียว

Vanille Insensee by Atelier Cologne

anilla Insensee เป็นน้ำหอมมินิมอล ที่มีความเรียบง่าย ให้โทนสว่าง อบอุ่น สะอาด และมีความหรูในตัว ความพิเศษคือเป็นน้ำหอมวนิลาที่ Unique ไม่เหมือนใคร และเหนือความคาดหมาย ตรงตามคอนเซ็ปต์ของคอเลคชั่น Avant Garde อย่างแท้จริง

Encre Noire by Lalique

Encre Noire คือน้ำหอมที่เด่นด้วยกลิ่นหญ้าแฝก ให้ความรู้สึกลึกลับ น่าค้นหา ด้วยคุณภาพที่สูงกับราคามิตรภาพ มันจึงเป็นน้ำหอมหญ้าแฝกที่ดีที่สุดตัวหนึ่งในตลาดน้ำหอมดีไซน์เนอร์

Acqua di Iris by Ermenegildo Zegna

Acqua di Iris เป็นน้ำหอมแนว Powdery woody floral ให้กลิ่นโทนแป้ง ที่มีความสดชื่น เบา และโปร่ง ออกแนว Minimal ไม่ซับซ้อน แต่ไม่น่าเบื่อ ข้อดีคือเป็นน้ำหอมที่ใช้ง่าย ได้หลากหลายโอกาส ทั้งวันสบายๆ วันทำงานออฟฟิศ จนถึงแต่งตัวไปงานทางการ

Ginepro di Sardegna by Acqua di Parma

Ginepro di Sardegna เป็นน้ำหอมแนว Fresh Spicy ที่ส่วนตัวคิดว่าเป็นกลิ่นที่น่าสนใจ และไม่เหมือนใครครับ กลิ่นเปิดด้วยความสดชื่นแบบเบอรี่จากจูนิเปอร์ แทนที่จะเป็นกลิ่นซีตรัสคมๆแบบน้ำหอมแนวเฟรชทั่วๆไป

Mugler Cologne by Thierry Mugler

Mugler Cologne ได้ยินว่ากลิ่นนี้ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อให้คนไม่ชอบใช้น้ำหอม ดังนั้นกลิ่นจึงออกมาในแนวใช้ง่ายๆ เป็นกลิ่นแนวสะอาดและสดชื่นแบบสบู่ๆ การันตีคุณภาพด้วยชื่อสุคนธกร Alberto Morillas ผู้สร้างน้ำหอมดังๆของโลกมากมาย เช่น CK One และ Acqua di Gio

Wood Sage & Sea Salt by Jo Malone

Jo Malone คงเป็นแบรนด์นิชที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดแล้ว และหนึ่งในน้ำหอมฮิตขายดีของแบรนด์น้ำหอมดังจากอังกฤษนี้ คงจะต้องมีกลิ่น Wood Sage & Sea Salt ตัวนี้รวมอยู่ด้วยแน่นอน

Clementine California by Atelier Cologne

Atelier Cologne เป็นแบรนด์น้ำหอมนิชสัญชาติอเมริกาที่เพิ่งเข้ามาวางขายในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ Kingpower รางน้ำ เป็นเคาเตอร์เดียวในประเทศไทย และที่เดียวในภูมิภาคอาเซียนด้วย ตัวแบรนด์ก่อตั้งโดยคู่รัก Christophe Cervasel และ Sylvie Ganter ซึ่งมีความรักในน้ำหอมประเภทโคโลนจ์ แต่มีความต้องการโคโลนจ์ที่มีความเข้มข้นและทนระดับ Pure Perfume จึงได้เกิดเป็นแบรนด์ Atelier Cologne ขึ้นมา น้ำหอมของ Atelier Cologne ทั้งหมดจึงทำขึ้นมาในความเข้มข้นที่เรียกว่า Cologne Absolue ซึ่งมีความเข้มข้นประมาณ 15% หรือเทียบเท่า Pure Perfume นั่นเอง และด้วยความที่น้ำหอมประเภท Cologne จะเน้นไปที่ความสดชื่นจากกลิ่นจำพวกซีตรัส แบรนด์นี้จึงโดดเด่นมากในน้ำหอมประเภทนี้ Clementine California เป็นน้ำหอมกลิ่นล่าสุด [ณ ปี2016] ใน collection “Joie de Vivre” (แปลได้ว่า The Joy of Life) ชื่อกลิ่นนั้นสื่อชัดเจนว่าเป็นน้ำหอมที่เด่นด้วยกลิ่นส้ม Clementine จากแคลิฟอเนียร์…

Black by Bvlgari

Bvlgari Black เป็นน้ำหอม unisex ออกจะเอนไปทางผู้ชายหน่อย เด่นในกลิ่นชาดำ ที่มีความแตกต่างจากคนอื่น ให้ภาพของหนุ่มสาวสมัยใหม่ ที่สุภาพ มาดขรึม อบอุ่น และยังลึกลับน่าค้นหา นับเป็นกลิ่นดีที่น่าสนใจ โดยเฉพาะใครที่อยากเริ่มต้นลองน้ำหอมดีไซเนอร์แนวทางอื่นๆ แหวกจากกลิ่นที่มีทั่วๆไปในท้องตลาด

Legend by Montblanc

Montblanc แบรนด์ดังจากเยอรมัน นอกจากเป็นแบรนด์ผู้ผลิตปากกาหรูแล้ว ก็ยังมีน้ำหอมภายใต้โลโก้ดาวหกแฉกด้วยเช่นกัน สำหรับ Montblanc Legend เป็นน้ำหอมผู้ชายในประเภท Aromatic Fougere จะประกอบด้วยโน็ตสำคัญเช่น Lavender,Oakmoss และ Tonka Bean แต่เป็นกลิ่นแบบโมเดิร์น กลิ่นนุ่มนวลและสะอาด เป็นกลิ่นที่ใช้ง่าย และคนทั่วๆไปก็ชอบแน่นอนครับ ช่วง Top ของตัวนี้ถือว่าโดดเด่นมากทีเดียว กลิ่นลาเวนเดอร์ มะกรูด และมีสัปปะรดซ่อนอยู่ด้วยลึกๆ ให้กลิ่นสดชื่น สะอาด และแอฟทีฟ มีความหวานฟรุตตี้หน่อยๆจากแอปเปิ้ล และผลไม้ ไล่ไปจนจบที่กลิ่นวู้ดดี้จาก sandalwood สิ่งหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือความคล้ายกันกับน้ำหอมกลิ่นดังมากๆคือ Fierce ของ Abercrombie & Fitch ซึ่งมีกลิ่นที่ใกล้เคียงกันจริง แต่ Montblanc Legend จะมีกลิ่นที่ซอฟท์ลงกว่า ไม่ได้กระจายตัวแรงเหมือนกับ Fierce ที่ Fierce สมชื่อ Montblanc Legend จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ชอบ Fierce แต่ไม่อยากได้กลิ่นที่กระจายตัวมากเกินไป และราคายังถูกกว่ามากทีเดียว สรุปรวม Legend…

Un Jardin Sur Le Toit by Hermes

1 ใน 5 จากน้ำหอมไลน์ Jardin ของ Hermes คำว่า Jardin นั้นแปลว่าสวน น้ำหอมในไลน์นี้ทั้งหมดจึงได้รับแรงบัลดาลใจจากสวนในรูปแบบต่างๆ สำหรับ Un Jardin Sur Le Toit มีความหมายว่า A Garden on the roof หรือ สวนบนดาดฟ้า ซึ่งที่มาของสวนนี้ ไม่ใช้สวนไก่กาที่ไหนแต่คือสวนที่อยู่บนดาดฟ้าของสำนักงานใหญ่ Hermes ในปารีสนั่นเอง กลิ่นนี้เป็นอีกผลงานของสุคนธกรชื่อดังแห่งยุค Jean-Claude Ellena โดยโทนกลิ่นจะออกไปทางเขียวใส เบา และฟรุตตี้ ให้ความรู้สึกสดชื่น สดใส อารมณ์ดี๊ดี Top note เปิดด้วยกลิ่นฟรุตตี้จากแอปเปิ้ลและลูกแพร์อย่างชัดเจน จนบางคนอาจจะคิดว่ามันแหลมไปนิดนึง แต่เพียงไม่นาน พอพ้นช่วงต้นไปแล้วความเป็นฟรุตตี้จะบางลง กลิ่นเขียวสดชื่นจากหญ้าก็จะชัดขึ้น ยังมีกุหลาบก็ตามมาด้วย กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวและหอมมาก ด้วยกลิ่นโทนฟรุตตี้ในช่วงต้นของ Un Jardin Sur Le Toit ทำให้ไปทางผู้หญิงมากกว่าเล็กน้อย แต่หลังจากผ่านไปซักพัก แอปเปิ้ลกับแพร์จะจางลง…

Allure Homme Edition Blanche by Chanel

Chanel ทำน้ำหอมคุณภาพดีออกมามากมาย เต็มไปด้วยน้ำหอมดังๆและขายดิบขายดีทั้งนั้น อย่างของผู้ชายก็เช่น Bleu de Chanel และ Allure Homme Sport สำหรับตัวนี้ Allure Homme edition Blanche อาจจะดูไม่ฮิตในบ้านเราเท่ารุ่น sport แต่รับรองว่ากลิ่นดีงามไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ด้วยเนื้อกลิ่นที่ฉีกออกมาแบบ ซีตรัสผสมกับวนิลา ได้กลิ่นมีทั้งความ ทั้งเปรี้ยวและหวาน ทั้งสดชื่นและอบอุ่น จริงๆตัวนี้ออกไปทาง unisex นิดๆที่ผู้หญิงก็อาจจะใช้ได้เหมือนกัน ที่สำคัญเป็นกลิ่นที่ unique น่าสนใจ ส่วนตัวคิดว่ามีคนใช้ไม่มาก ต่างจากรุ่น Sport ที่คนใช้เยอะในหมู่ชายไทย แล้วยังมีเนื้อกลิ่นที่พบได้เยอะในน้ำหอมอื่นๆอีก ดังนั้น Edition blanche เลยเป็นรุ่นที่เราชอบมากที่สุดในไลน์ Allure Homme Allure Homme edition Blanche ให้กลิ่น เลมอนเปรี้ยวอมหวานชัดเจน ผสมกับวนิลาหวานนุ่มนวลและครีมมี่ ออกมาคล้ายกับขนมเลมอนพาย หรือ เลมอนทาร์ตเลยครับ กลิ่นยังออกไปทางสะอาดๆ และมีความหรูมีระดับในตัว ส่วนตัวพบว่ากลิ่นค่อนข้างจะ linear…

Aqva Amara by Bvlgari

Bvlgari Aqva Amara กับขวดทรงหยดน้ำสีน้ำตาล ที่ต่อยอดออกมาจากรุ่นดัง Aqva Pour Homme และ Aqva marine ซึ่งทั้งหมดในไลน์นี้เป็นการสื่อถึงพลังและความงามของท้องทะเล สีน้ำตาลของ Aqva Amara จึงชวนให้นึกถึงทะเลยามพระอาทิตย์ตกดิน โดดเด่นด้วยกลิ่นส้ม และน้ำเป็นหลัก เป็นน้ำหอมแมนๆที่ unique และดังมากในวงการน้ำหอม กลิ่นเปิดเป็นกลิ่นส้มแมนดาริน ที่ออกจะฉุนๆซักหน่อยในตอนแรก ซึ่งถ้าดมใกล้เกินไป อาจจะเหมือนได้กลิ่นพลาสติกๆนิดๆ จะพาลให้รู้สึกไม่ชอบเอาได้ง่ายๆ กลิ่นส้มก็ชัดเจนว่าเป็นกลิ่นแนวสังเคราะห์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเป็นกลิ่นที่แย่นะครับ พอลองดมกลิ่นที่กระจายออกมาในอากาศจะพบว่า นี่เป็นกลิ่นส้มแบบแมนๆ หนักๆ ผสมกับกลิ่นน้ำทะเล รวมกับดอกส้ม neroli สร้างความแตกต่างจากน้ำหอมซีตรัสทั่วๆไปที่มักจะออกไปทางใสๆซะมากกว่า ในช่วงหลังยังมีกลิ่นธูปขาวจางๆจาก Olibanum หรือ Frankincense กับพิมเสน เพิ่มมิติให้กับกลิ่น Aqva Amara มีการกระจายตัวที่ดี และอยู่ติดทนได้ดีทีเดียว การใช้งานก็ค่อนข้างหลากหลาย เหมาะกับผู้ชายในทุกวัย ตั้งแต่วัยมหาลัยยันผู้ใหญ่เต็มตัว ส่วนตัวจึงคิดว่าเหมาะกับวันที่ออกไปทำกิจกรรม outdoor มากกว่า เนื่องจากการกระจายตัวที่ดี ใช้ในวันสบายๆ แต่งตัวแคชวลหน่อย ออกไปเที่ยวทะเลวันหยุด…

Eau d’Hadrien by Annick Goutal

น้ำหอมกลิ่นดังตั้งแต่ 1981 จากแบรนด์นิช Annick Goutal ที่โดดเด่นมากในเนื้อกลิ่นที่เป็นธรรมชาติ Eau d’Hadrien เป็นน้ำหอมที่ให้ความสดชื่น สะอาด สว่างไสว ด้วยกลิ่นซีตรัส เลมอน และสน Cypress ที่ Annick Goutal ได้แรงบันดาลใจมาจากสวนและทิวทัศน์ของแคว้นทัสคานีในอิตาลี การันตีความดีงามของกลิ่นนี้ด้วยรางวัล FiFi award Hall of Fame ในปี 2008 และเป็นกลิ่นที่ Leonardo DiCaprio ใช้ด้วยนะ เมื่อกดสเปรย์ Eau d’Hadrien คุณจะพบกับการระเบิดพลังซีตรัสหลากหลายชนิดออกมาในทันที ด้วยกลิ่นที่ให้ความสดชื่นแบบสูงสุด ให้ความรู้สึกสว่าง และสะอาด หลังจากนั้นกลิ่นจะเปลี่ยนไปเป็นเลมอนที่เด่นออกมา เป็นกลิ่นที่ซอฟต์ลงและซ่อนหวานนิดๆ นอกจากกลิ่นโทนซีตรัส Eau d’Hadrien ยังมีโน๊ตของสนไซเปรส ทำให้กลิ่นมีมิติมากขึ้นจากโทน earthy ความรู้สึกส่วนตัวนอกจากชอบในกลิ่นแล้ว ยังประทับใจในการสื่อสารของกลิ่นที่สามารถทำให้นึกถึงภาพทิวทัศน์ของชนบทแคว้น Tuscany ที่เรามักเห็นภาพในอินเตอร์เน็ต ภาพของเนินทุ่งหญ้าเตี้ยๆ ที่มีเพียงต้นสนไซเปรสยืนต้นอยู่ สลับกันไปมา และแสงอาทิตย์ที่สาดส่องในวันที่อากาศสดใส ธรรมชาติของกลิ่นตระกูลส้มทั้งหลายเป็นโมเลกุลเบาที่ระเหยได้ไว…